หน้าแรก วัตถุมงคล
ร้านวรันณ์ธรจำหน่ายพระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล เหล็กไหล7สี ไหลดำ ไหลเขียว ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ
ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก แก้วโป่งข่าม เพชรหน้าทั่ง ไม้งิ้วดำ ไม้พญางิ้วดำ ไม้กลายเป็นหิน ข้าวตอกพระร่วง พระเหล็กน้ำพี้ พระแร่เหล็กน้ำพี้ และเครื่องรางของขลังอีกมากมาย
รับสาย เช้า 8.00น.-17.30น.รับสายช่วงเช้า-เย็นโทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061
รับสาย เย็น 17.30น. - 20.00 น. รับสายเฉพาะช่วงเย็นเบอร์นี้ โทร
084-8038208 คุณภัส One2call  ไอดีไลน์ @line55



@line55

พระไพรีพินาศ เปิดบูชาพระไพรีพินาศ ป้องกันศัตรูผู้คิดร้าย

 
พระไพรีพินาศ
          คนนิยมมีบูชาไว้ที่บ้าน ไว้ป้องกันผู้คิดร้าย ป้องกันศัตรู  ป้องกันผู้ไม่หวังดีกับผู้คนในบ้านนั้นๆ ในร้านนั้น ในองค์กรนั้น บูชาไว้ป้องกันสิ่งที่มองเห็น หรือสิ่งที่มองไม่เห็น ที่คิดร้าย จึงแนะนำว่าทุกบ้าน ทุกองค์กร ควรมีพระไพรีพินาศไว้บูชา เพื่อให้คนคิดร้ายต่อคนในบ้านในครอบครัว ในองค์กรของเราพ่ายแพ้พินาศไปพระไพรีพินาศซึ่งสร้างขึ้นมาเป็นวัตถุมงคลจึงเป็นที่นิยมชมชอบของนักสะสมพระเครื่องและพุทธศาสนิกชนทั่วไป เนื่องจากเชื่อว่ามีพุทธคุณในทางปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากศัตรูผู้ที่คิดร้าย เฉกเช่นเดียวกับพระไพรีพินาศองค์ที่นำมาเป็นต้นแบบ

แบบที่ 1 พระไพรีพินาศ
รุ่น กฤษฎาภินิหาร ศัตรูแพ้พ่าย บูชา 299 บาท
ด้านหน้า พระไพรีพินาศ  ด้านหลังยันต์
พระปั้มมวลสารแบบลงรัก สีขาวคือรักน้ำเกลี้ยง , สีน้ำตาลคือรักดำทำเก่า  , สีดำคือรักดำทำเก่า  
องค์พระบรรจุมวลสารมากถึง 70 เปอร์เซนต์ต่อองค์ เป็นพระรุ่นที่เน้นมวลสารที่ดีมากที่สุด อกพระบรรจุพระบรมธาตุรวมสันฐานบรรจุเพิ่มให้ฟรี 
ความเชื่อ ป้องกันศัตรูอาฆาตร้าย หากใครคิดร้ายจะแพ้พ่ายไป  หากใครทำสิ่งไม่ดีใส่จะสะท้อนกลับคืนไป  เหมาะสำหรับผู้ที่มีศัตรู ผู้ที่คิดร้าย ต่อเราเป็นอย่างมาก  แต่ผู้บูชาพระไพรีพินาศจะต้อง ไม่คิดแค้น อาฆาตมาดร้ายต่อผู้อื่นด้วย 
รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สร้างดีที่สุด  มวลสารศักดิ์สิทธิ์ บรรจุพระธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ และพิธีพุทธาภิเษก ท่านลูกค้ากดดูรายละเอียดมวลสาร และพิธีพุทธาภิเษก 
กดดูที่ link >>> http://utdid.com/amulet/0001081.html
------------------

แบบที่ 2 พระไพรีพินาศ หน้าตัก 5 นิ้วใหญ่
 
 
 
 

พระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว แร่น้ำพี้ สีน้ำตาลราคา 799
ทองคำ ,สีดำด้าน, สีนาคราคาบูชาองค์ละ 999  บาท   

 
บูชาพระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว ของร้านวรันณ์ธรนี้ สร้างจากมวลสาร 9 อย่าง ของขลังหายากมีให้บูชาที่ร้านวรันณ์ธร แห่งเดียวใน จ.อุตรดิตถ์

1. หินเพชรเงินทองนาค
ความเชื่อให้โชคลาภร่ำรวยเงินทอง

2. ไม้พญางิ้วดำ
ความเชื่อเด่นทางด้านมหาอุดคงกระพัน
คลาดแคล้วโชคลาภเมตตามหานิยมป้องกันคุณไสย์มนต์ดำ
3. ไม้กลายเป็นหิน ความเชื่อ มีตบะเดชะทางด้านอำนาจ แคล้วคลาด
ปลอดภัย ความเมตตา และโชคลาภ
4. เพชรหน้าทั่ง ความเชื่อให้โชคลาภเด่นทางค้าขายป้องกันภัยต่างๆ
5. แก้วโป่งข่าม ความเชื่อป้องกันภัยคุณไสย์มนต์ดำเปลี่ยนจากสิ่งร้ายกลายเป็นดี
6. แร่ดูดทรัพย์ ความเชื่อดูดโชคลาภทรัพย์สินเงินทองความร่ำรวยมาให้แก่ผู้ครอบครอง
7. ไหลดำไหลเขียว ความเชื่อพลิกจากร้ายกลายเป็นดีความเจริญมั่นคงก้าวหน้า
ดูดพิษแมลงได้ แก้ของร้อนเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง
8. รังปลวกกลายเป็นหิน ความเชื่อให้คุณทางด้านสะสมทรัพย์สินเงินทองให้พอกพูนขึ้น
9. แร่น้ำพี้ ความเชื่อล้างอาถรรพ์ป้องกันภูตผีปีศาจมนต์ดำต่างๆ
 
ราคาบูชาพระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว
พระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว แร่น้ำพี้ สีธรรมชาติ (สีน้ำตาล) บูชาองค์ละ 799  บาท
 
   
พระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว แร่น้ำพี้สีทองคำ ,สีดำด้าน, สีนาค
บูชาองค์ละ 999  บาท
 
          การันตีว่า วัตถุมงคลที่ร้านวรันณ์ธรสร้างท่านลูกค้าบูชาไปได้วัตถุมงคลที่ดีอย่างแน่นอน เพราะสร้างจากมวลสารของขลังหายาก มวลสารศักดิ์สิทธิ์9อย่าง รวบรวมจากทั่วประเทศ
 
              สอบถามทางร้านวรันณ์ธร เพื่อเลือกพระไพรีพินาศ หน้าตัก5นิ้ว
 
------------------
  สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)

หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55

หรือโทรตามเบอร์โทรหน้าเว็บนี้ได้ทุกเบอร์

ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่

ผู้จัดการร้านวรันณ์ธรโทร 084-8038208 คุณภัส

พนักงานรับสาย เช้า 8.00น.-17.30น. 
รับสายเช้า-เย็นโทร 087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061

 
พระไพรีพินาศ เป็นพระนามของพระพุทธรูป ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ เก๋งบนชั้นสองด้านทิศเหนือของพระเจดีย์ใหญ่ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

ประวัติพระไพรีพินาศ เมื่อราว พ.ศ. 2391 มีผู้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งขณะนั้นยังผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร และอยู่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระไพรีพินาศองค์นี้ทรงแสดงอภินิหารให้ปรากฏอริราช ศัตรูที่คิดปองร้าย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต่างมีอันเป็นไป และพ่ายแพ้ภัยตนเอง พระองค์จึงโปรดให้ถวาย พระนามของพระพุทธ รูปองค์สำคัญนี้ว่า "พระไพรีพินาศ" โดยมีหลักฐานเป็นกระดาษซึ่งพบในพระไพรีพินาศเจดีย์ มีอักษรเขียนว่า "พระสถูปเจดียสิลาบัลลังองค์ จงมีนามว่า พระไพรีพินาศเจดียเทิญ" และอีกด้านเขียนว่า "เพราะตั้งแต่ทำแล้วมา คนไพรีก็วุ่นวายยับเยินไปโดยลำดับ" หลักฐานดังกล่าวได้ค้นพบเมื่อวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ระหว่างการซ่อมแซมพระเจดีย์ 96 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร

ลักษณะทางกายภาพพระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปศิลาขนาดย่อม หน้าตักกว้าง 33 ซม. และมีความสูงถึงปลายรัศมี 53 ซม. สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้มีพระวินิจฉัยในสาสน์สมเด็จว่า"พระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปแบบมหายานปางประทับ นั่งประทานอภัย กล่าวคือ มีพระพุทธลักษณะเหมือนพระปางมารวิชัยหัตถ์ขวาที่วางอยู่บนพระชานุขี้น"

 คำบูชาพระไพรีพินาศ
(เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงนิพนธ์คำบูชานี้)

     อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ  สุจิรัง ปะรินิพพุโต
คุเณหิ ธะระมาโนทานิ         ปาระมีหิ จะ ทิสสะติ
ยาวะชีวัง อะหัง พุทธัง         ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คะโต
ปูเชมิ ระตะนัตตะยัง            ธัมมัง จะรามิ โสตถินา ฯ
คำแปล
(พระมหานายก (ฉลอง ชลิตกิจโจ) แปลความหมายเป็นภาษาไทย)

สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงเสด็จดับขันธปรินิพพานมาช้านานแล้ว 
แต่ก็ยังทรงปรากฏดำรงอยู่ในบัดนี้ โดยพระคุณและพระบารมีทั้งหลาย 
ข้าพพุทธเจ้า ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต 
บูชาอยู่ซึ่งพระรัตนตรัย ขอประพฤติธรรม โดยสวัสดี เทอญ

วิธีบูชาพระไพรีพินาศให้เกิดผล
พระไพรีพินาศนั้นได้ชื่อว่ามีดีทางกำหราบศัตรูทั้งปวงที่คิดร้ายแต่คนที่ใช้อานุภาพต้องบริสุทธิ์คือ
1.อยู่ในศีลธรรมอันดีไม่คิดร้ายคนอื่นไม่มัวเมาด้วยโมหะคิดจะเอาชนะคนอื่นเป็นที่ตั้งไม่คิดร้ายต่อผู้คิด ร้ายหรือใส่ร้ายตน
2. ไม่ตอบโต้ด้วย กาย วาจา และใจคงมั่นนความสุจริตเป็นที่ตั้งแม้จะถูกรบกวนหรือให้ร้ายก็ยึดมั่นในอุเบกขา และสันติธรรม
เมื่อมีเหตุผลเช่นนี้แล้วจึงจะอาศัยเป็นผลขอรองรับบารมีจากพระพุทธไพรีพินาศได้อย่างเต็มที่ การรับบารมีทำได้ดังนี้
-เขียนชื่อศัตรูที่มุ่งร้ายตนและนามสกุลตั้งจิตอธิษฐานต่อพระพุทธไพรีพินาศที่มีอยู่กับตัวว่าขอบารมีกำหร าบศัตรูให้แพ้ภัยตัวเองไป
-พับกระดาษที่มีชื่อของศัตรูให้เป็นแผ่นแล้วเอาพระพุทธไพรีพินาศวางทับลงไป
-เมื่อสวดมนต์ไหว้พระแล้วให้แผ่เมตตาไปยังคนผู้นั้นอย่าให้ขาดขอให้เขามีสติระลึกถึงกรรมและเลิกรังควาญรั งแก
-เมื่อผู้คิดร้ายสำนึกได้หรือมีอันเป็นไปแล้วเอาชื่อออกและแผ่เมตตาให้ถือว่าเขาได้รับกรรมแล้วเป็นอันสิ้ นสุดกรรม
ข้อพึงระวัง
-ถ้าตนเองคิดร้ายต่อต้านโต้ตอบเขาวันใดผลร้ายนั้นจะย้อนเข้าตัวเองพินาศสิ้นไปด้วยอกุศลกรรม
-ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดก็ตามนำเอานามของพระพุทธไพรีพินาศไปตั้งเป็นสิ่งที่คิดทำร้ายผู้อื่นหรือใช้พระพุทธไพ รีพินาศในทางที่ผิดคือสาปแช่งผู้ที่เขาไม่มีความผิดไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กล่าวแล้วจะพึงได้รับผลสะท้อนกลับ แบบมูมเมอแรงถึงกับพินาศไปเองด้วยประการต่าง ๆ
-จึงขอให้ทุกท่านที่จะใช้พระพุทธไพรีพินาศโปรดสังวรไว้ด้วยอย่าทำร้ายตัวเองด้วยพระไพรีพินาศเป็นอันขาด


“พระไพรีพินาศ” คือชื่อของพระประธานวัดสังฆบารมี ขนาดหน้าตัก ๘๐ ซ.ม. เนื่องด้วยจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการร่วมฉลองในวาระที่ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ในการนี้ได้จัดทำเป็นพระบูชาขนาดหน้าตัก ๔ นิ้ว รวมทั้ง พระกริ่งและพระผงด้วยในคราวเดียวกัน อีกทั้งยังได้รับพระเมตตาจากเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงอธิษฐานจิตให้เป็นกรณีพิเศษ
ได้นำขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานของวัดเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นวันที่ทำพิธีเปิดวัดอย่างเป็นทางการ โดยมีพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติวิมล (แสวง ธมฺเมสโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารและอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นประธานในพิธีถ้าจะเอ่ยถึง พระไพรีพินาศ คนส่วนใหญ่ต้องนึกถึงพระกริ่งและเหรียญพระพทุธรูปปางประทานพร ซึ่งวัดบวรนิเวศวิหารได้จัดสร้างขึ้นเนื่องในวาระฉลองพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงค์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ รวมทั้งพระกริ่งและพระพิมพ์ผงภาพพระพุทธรูปพุทธลักษณะเดียวกันนั้น ซึ่งทางวัดได้จัดสร้างขึ้นในระยะหลังอีกหลายรุ่น โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธรูปศิลาองค์หนึ่งที่มีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

ตามประวัติที่บันทึกไว้ในตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ว่า พระไพรีพินาศองค์เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาขนาดย่อม หน้าพระเพลา (ตัก) ๑ คืบ ๔ นิ้ว สูงตลอดพระรัศมี ๑ ศอก มีเศษไม่ถึงนิ้ว เป็นพระพุทธรูปแบบธยานิพุทธเจ้า ปางประทานพร สมัยศรีวิชัย แต่นักสังเกตบางคนสงสัยว่า พระพุทธรูปสมัยศรีวิชัยมีเพียงเกตุมาลาเป็นจอมคล้ายสมัยทราวดีเป็นพื้น เล่ากันว่าพระพุทธรูปนี้มีผู้นำมาถวายพระบาทพระจอมเกล้าฯ เมื่อยังทรงผนวชอยู่ในราว พ.ศ. ๒๓๙๑ ได้ถวายพระนามว่า “พระไพรีพินาศ”

พระไพรีพินาศ ใคร่ครวญตามพระนามน่าจะได้เชิญประดิษฐานไว้ในเก๋งน้อยที่สร้างใหม่ ณ ทักษิณชั้นบนแห่งพระเจดีย์ในครั้งนั้น เว้นไว้แต่ได้ประดิษฐานในครั้งยังทรงผนวชเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๑ ที่เป็นคราวสิ้นเสี้ยนศัตรูครั้งแรก

ครั้งหนึ่ง สมเด็จเต้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ทูลสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ตั้งปัญหาถามกระหม่อมว่า พระไพรีพินาศนั้นเป็นพระอะไร มาแต่ไหน ทำไมจึงมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร และเหตุใดจึงชื่อว่า ไพรีพินาศ เกล้ากระหม่อมหงายท้องไม่สามารถตอบได้ อยากรู้เหมือนกัน เคยทูลถามฝ่าพระบาทก็ไม่ทรงทราบเหมือนกัน หันไปหันมาเห็นกรมหมื่นพงศา จึงลองเข้าทูลถามดู ตรัสบอกว่าใครก็ทรงจำชื่อไม่ได้เสียแล้วเป็นผู้นำมาถวายทูลกระหม่อมเมื่อยังทรงผนวชอยู่ เป็นเวลาติดต่อกับที่หม่อมไกรสรถูก สำเร็จโทษ จึงโปรดตั้งพระนามว่า “พระไพรีพินาศ”

ปัจจุบัน พระไพรีพินาศประดิษฐานอยู่ที่ซุ้มเก๋งด้านทิศเหนือของพระเจดีย์ประธานของวัดในหนังสือศิลปกรรมวัดบวรนิเวศวิหารได้กล่าวถึงเจดีย์ที่สร้างเก๋งประดิษฐานพระไพรีพินาศไว้ตอนหนึ่งว่า

พระเจดีย์ไพรีพินาศเป็นพระเจดีย์ศิลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นบรรจุพระพุทธวจนะ ประดิษฐานอยู่ในคูหาภายในเจดีย์ใหญ่วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ ระหว่างการซ่อมแซมพระเจดีย์ได้พบกระดาษขาว มีตราแดง๒ ดวง มีอักษรเขียนว่า พระสถูปเจดีย์สิลาบัลลังก์องค์นี้จงมีนามว่า พระไพรีพินาศจดีย์เทอญ อีกหน้าหนึ่งเขียนไว้ว่า เพราะตั้งแต่ได้ทำมา คนไพรีก็วุ่นวายยับเยินไปโดยลำดับ

พุทธลักษณะของพระไพรีพินาศเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแบบวัชรอาสน์ (ขดัสมาธิเพชร) บนปัทมาสน์อันประกอบด้วยกลีบบัวคว่ำและกลีบบัวหงาย มีเกสรบัวประดับทรงแสดงวรมุทรา (ปางประทานพร) โดยหงายพระหัตถซ้ายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางหงายเหนือพระชานุ (เข่า) ด้านขวา

องค์พระพุทธรูปมีพระอังสากว่างบั้นพระองค์เรียวเล็ก ครองอุตราสงค์เรียบไม่มีริ้วห่มแยงเปิดพระอังสาขวาโดยมีสังฆาฏิสั้นพาดบนพระอังสาซ้าย และมีขอบพระอุตราสงค์พาดผ่าน
พระกรซ้าย พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระนลาฏค่อนข้างกว้าง พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์อมยิ้ม พระกรรณยาว จรตพระอังสา ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย มีเกตุมาลาขนาดใหญ่ประดับด้วยเส้นพระเกศามีรูปเปลวไฟอยู่บื้องบน กับทั้งมีประภามณฑลอยู่เบื้องหลังอาจกล่าวได้ว่า พระไพรีพินาศมีรูปแบบทางศิลปกรรมคล้ายกับพระพุทธรูปในศิลปะชวา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบปาละอีกต่อหนึ่ง ลักษณะทางปฏิมากรรมวิทยา คือ การแสดงวรมุทรา หรือประทานพรนั้น คงมีความหมายถึงพระธยานิพุทธเจ้าประจำทิศใต้ตามคติความเชื่อในพุทธศาสนาลัทธิมหายานที่มีชื่อว่า “รัตนสัมภวะ”

สำหรับมูลเหตุแห่งการถวายพระนามพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวนี้ว่า พระไพรีพินาศ ก็เนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า ทรงได้พระพทุธรูปองค์นี้มาในระยะเวลาติดต่อกับที่ผู้ที่จ้องทำลายพระองค์คือ กรมหลวงรักษ์รณเรศ หรือหม่อมไกรสร มีเหตุอันที่ทำให้ต้องแพ้ภัยตัวเอง

กล่าวคือ เมื่อครั้งที่เจ้าฟ้ามงกุฎฯ เสด็จมาประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีกลุ่มผู้ที่มุ่งจะทำลายพระองค์ นำโดยกรมหลวงรักษ์รณเรศ (หม่อมไกรสร) ผู้ซึ่งหมายมั่นจะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุนี้จึงมีความคิดกำจัดผู้ที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญด้วยวิธีการกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ เป็นต้นว่า เอาข้าวต้มร้อนใส่บาตรที่พระองค์ทรงถืออยู่ในระหว่างทรงบิณฑบาต เพื่อให้ทรงเกิดทุกขเวทนา ซึ่งการกระทำของหม่อมไกรสรที่มีต่อพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ แต่พระองค์ก็หาได้ตอบโต้ไม่ กลับทรงวางพระองค์อยู่ในอุเบกขาธรรมเสมอมา

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้นำพระพุทธรูปมาถวาย พระองค์ได้นำพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานไว้ในที่อันควร และทรงกระทำการสักการบูชาอยู่เสมอ ภายหลังจากนั้นไม่นาน หม่อมไกรสรก็มีอันต้องประสบเหตุเภทภัย เนื่องจากกระทำผิดกฎมณเฑียรบาลอย่างร้ายแรง จนถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทร์

พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ทรงเห็นว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงประกอบพระราชพิธีผ่องพ้นไพรี อันเป็นพระราชพิธีที่แสดงถึงพระบารมีและบุญญาธิการของพระองค์ที่สามารถผ่านพ้นการจ้องทำลายของเหล่าศัตรูมาด้วยดีโดยมิได้ทรงตอบโต้แต่ประการใด แต่เหล่าศัตรูกลับต้องพ่ายแพ้ภัยของตนเองไปในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ รูปจำลองของพระไพรีพินาศซึ่งสร้างขึ้นมาเป็นวัตถุมงคลจึงเป็นที่นิยมชมชอบของนักสะสมพระเครื่องและพุทธศาสนิกชนทั่วไป เนื่องจากเชื่อว่ามีพุทธคุณในทางปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากศัตรูผู้ที่คิดร้าย เฉกเช่นเดียวกับพระไพรีพินาศองค์ที่นำมาเป็นต้นแบบ




@line55